วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

Home


IT.3103 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ


มูลค่าทางการตลาดและแนวโน้มอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย

แนวโน้มอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยนั้นยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

อุตสาหกรรมแฟชั่นในปี 2557 ว่า จากการประเมินภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน คาดว่าในปี 2557 อุตสาหกรรมในกลุ่มแฟชั่นจะมียอดส่งออกขยายตัวประมาณ 5% หรือมีมูลค่าประมาณ 5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ที่มีมูลค่า 4.86 แสนล้านบาท โดยในส่วนของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ คาดว่าจะขยายตัว 6% มีมูลค่าประมาณ 3.2 แสนล้านบาท อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม คาดว่าจะขยายตัว 5% มีมูลค่าประมาณ 2.8 แสนล้านบาท ทั้งนี้ส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากการแข่งขันฟุตบอลโลก ที่ไทยได้รับสิทธิ์เป็นผู้ตัดเย็บเสื้อกว่า 10 ทีม จากทั้งหมด 32 ทีม ทำให้ยอดส่งออกเสื้อกีฬาสูงขึ้นมาก ขณะที่อุตสาหกรรมเครื่องหนังและรองเท้า คาดว่าจะขยายตัว 2% มีมูลค่าประมาณ 5.4 หมื่นล้านบาท

“สาเหตุหลักที่ทำให้อุตสาหกรรมแฟชั่นของไทยยังคงขยายตัวในระดับ 5% มาจากค่าเงินบาทที่อ่อนตัวในระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และภาวะเศรษฐกิจในตลาดหลักฟื้นตัวมากขึ้น ซึ่งหากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ก็อาจทำให้การเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ได้”นางอรรชกา กล่าว

สำหรับตลาดส่งออกหลักในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ได้แก่ จีน รองลงมาเป็นสหภาพยุโรป และฮ่องกง มียอดการส่งออกในปี 2556 อยู่ที่ 2.27 แสนล้านบาท มีจำนวนแรงงาน 1 ล้านคน ส่วนอุตสาหกรรมเครื่องหนังและรองเท้า ตลาดหลัก ได้แก่ จีน อิตาลี และฮ่องกง มียอดการส่งออกในปี 2556 อยู่ที่ 5.3 หมื่นล้านบาท มีแรงงาน 6 แสนคน อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ตลาดหลัก ได้แก่ ฮ่องกง สหภาพยุโรป และสหรัฐฯ มียอดการส่งออกในปี 2556 ที่ 3.06 แสนล้านบาท ใช้แรงงาน 1.3 ล้านคน

ส่วนตลาดภายในประเทศ ยังคงได้รับผลกระทบจากความวุ่นวายทางการเมือง คาดว่าจะทำให้ยอดขายสินค้ากลุ่มแฟชั่นภายในประเทศมีมูลค่าลดลง 10-30% สินค้าที่ไม่จำเป็นต่อการบริโภคในชีวิตประจำวันจะกระทบมากที่สุด อย่างไรก็ตามหลังจากที่รัฐบาลยกเลิกพรก.ฉุกเฉินทำให้นักท่องเที่ยวกลับเข้ามามากขึ้น เห็นได้จากช่วงสงกรานต์ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเที่ยวในไทยมากขึ้น ทำให้กำลังซื้อภายในประเทศเพิ่มขึ้น

โดยแผนการส่งเสริม กรมฯได้ร่วมกับสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต และ 7 สมาคมที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมแฟชั่น ดำเนิน “โครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย” เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในอุตสาหกรรมแฟชั่น เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายธุรกิจ และพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจ

วิเคราะห์ Web Site บริษัทคู่แข่งขันทางการตลาด

วิเคราะห์ Web Site บริษัทคู่แข่งขันทางการตลาด

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด http://www.toyota.co.th/lite/index.php

บริษัท ฮอนด้า ออโต้โมบิล (ประเทศไทย) จำกัด http://www.honda.co.th/hct/thai/company/index.asp

1. การสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทางการตลาด

ความได้เปรียบในการแข่งขันทางการตลาดของ บริษัท โตโยต้า และ บริษัท ฮอนด้า คือ

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
  1. สร้างความแข็งแกร่งในการปฏิบัติงาน และส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือ ระหว่างเอเชียแปซิฟิก
  2. บรรลุการเป็นผู้นำ ในด้านความพึงพอใจของลูกค้า และในด้าน สัดส่วนการตลาด
  3. กำหนดให้ความปลอดภัยเป็นกิจกรรมที่สำคัญที่สุด ของกิจกรรม รากฐานของบริษัท
  4. สร้างสังคมที่มีคุณภาพโดยการทำกิจกรรมที่มีคุณค่าเพื่อสังคม
บริษัท ฮอนด้า ออโต้โมบิล (ประเทศไทย) จำกัด

      1.   เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจรถยนต์ฮอนด้าในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

2.    เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของประเทศ

      3.    นำเสนอความพึงพอใจและประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้า

      4.     ผลิตและนำเสนอรถยนต์ที่มีคุณภาพสูง สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและรสนิยมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

2. Web Site ไหนที่ชอบเพราะอะไร

 เว็บไซต์ที่เลือกคือ เว็บไซต์ ของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทยจำกัด เพราะ เว็บไซต์ของบริษัท โตโยต้า มีความทันสมัย เข้าไปศึกษาข้อมูลได้ง่ายและมีการอัปเดทเว็บไซต์ให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ สินค้าทุกรุ่นของบริษัทมีการนำมาอัปเดทให้ผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาและเข้าชมในตัวของสินค้าของบริษัทด้วย รูปแบบของเว็บไซต์ของบริษัทมีความทันสมัย มีรูปแบบหรือมีการออกแบบเว็บที่น่าสนใจ มีการแยกประเภทออกมาให้ดูง่าย เช่น มีหน้าของสินค้าของบริษัท มีหน้าประวัติของบริษัทให้ศึกษา ฯลฯ